แฟรงค์ มิลล์ ชื่อนี้ที่แฟนบอลจดจำถึงความล้มเหลว

แฟรงค์ มิลล์

แฟรงค์ มิลล์ กองหน้า อินทรีย์เหล็ก เยอรมันชื่อนี้หมายถึงความล้มเหลว กับวิธีที่เขาประสบความสำเร็จ

แฟรงค์ มิลล์ ต้องรู้สึกว่าตนเองต้องเหมือน Marty McFly ตัวละครดังจากภาพยนต์เรื่องดังในอดีตอย่าง Back to the Future ไม่ว่าตัวเขาจะทำอะไร เขายังคงถูกลากย้อนกลับไปช่วงกลางทศวรรษ 1980 อยู่เสมอ โดยเฉพาะเหตุการณ์วันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1986

เกมนั้นมันเป็นเกมแรกของ มิลล์ กับการเล่นให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนพักครึ่งแรก เขาเล่นได้สะอาดหมดจด ลุยเดี่ยวผ่านแนวรับของ บาเยิร์น มิวนิค และหลังจากที่เขาเลี้ยงบอลผ่านผู้รักษาประตูไปแล้ว เขาพบว่าตัวเอง อยู่ข้างหน้าเป้าหมายที่โล่ง และว่างเปล่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนั้น มักถูกพูดถึงกันมากมายว่า นั่นเป็นการ ‘มิสแห่งศตวรรษ’

แฟรงค์ มิลล์

แฟรงค์ มิลล์ กับภาพในอดีตที่ยังติดตาแฟนบอล

เป็นจังหวะที่ มิลล์ ได้รับบอลแล้วหลุดเดี่ยว แบบตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่ มิลล์ จะแตะบอลหลบนายทวารของ บาเยิร์น มิวนิค หลุดเข้าไปเจอปากประตูโล่ง ๆ ในกรอบเขตโทษ จังหวะนั้น มิลล์ มีบอลอยู่กับเท้า แล้วเงยหน้ามองไปที่ปากประตู สมดุลการจัดระเบียบร่างกายพร้อม แล้วด้วยความใจเย็นของเขา เพื่อจะเอาชัวร์ ๆ สมดุลการจัดระเบียบร่างกายพร้อม แล้วในเวลานั้นเอง ผู้รักษาประตู Bayern Munich ก็รีบพุ่งกลับเข้ามาเพื่อจะป้องกันประตู แล้วตอนนั้นเองเค้าก็แปบอลออกไป คือต้องเป็นประตูแน่ ๆ แต่คุณพระช่วย …!!! มิลล์ แปบอลไปชนเสาแบบจ่อ ๆ แล้วบอลกระดอนกลับไปเข้าเท้ากองหลัง บาเยิร์น อย่างไม่น่าเชื่อ ทำเอาแฟนบอลกริบทั้งสนาม

ถึงแม้ 35 ปี จะผ่านไป เมื่อใดก็ตาม และใครก็ตาม ในเกมฟุตบอลเยอรมันวันนี้ ก็ยังจำภาพนั้นติดตา นักวิจารณ์ก็ใช้เวลาไม่นานในการเล่าถึงเรื่องนี้ นักข่าวมักจะโทรหาเขาเพื่อถามความเห็น กับจังหวะทำประตูที่ล้มเหลว จากปากประตูเปิดกว้างแบบโล่ง ๆ นั้นมีชื่อเรียกว่า ‘a Mill’ เขามีคำถามมากมายเกี่ยวกับ ติโม แวร์เนอร์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเช่นกัน

มิลล์ ในปัจจุบันอายุ 63 ปี เหมือนถูกบังคับให้ต้อง จดจำ และระลึกถึงการกระทำในช่วงเวลาที่น่าอายที่สุด ในอาชีพการค้าแข้งของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาใช้สิ่งนี้ในเชิงปรัชญา เขาจะไม่ปฏิเสธที่จะตอบ หากเขาถูกถามอย่างถูกวิธี (ถามดีๆ นั่นเอง)

“เมื่อหลายปีก่อน ผมไปร้านขายเนื้อในท้องถิ่น กับ มัทธีอัส เฮอร์เกต เพื่อนเก่าที่ดีของผม ซึ่งเป็นอดีตกองหลังทีมชาติเยอรมันตะวันตก” เขากล่าว

“หญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ กำลังห่อขนมปัง และไส้กรอกของผมกับเพื่อน และเมื่อเธอลืมตา แล้งเงยหน้าขึ้นมา เธออุทานเสียงดังว่า ‘อ้า!! คุณยิงชนเสา!!’

“เมื่อใดก็ตามที่ผู้คนบนถนน ตะโกนเรียกชื่อของผม และพยายามเยาะเย้ยผม ผมก็แค่ปฏิเสธที่จะตอบโต้กลับไป โดยทั่วไปแล้ว แม้ว่าหลังจากเวลานี้ ผมยังสามารถหัวเราะกับตัวเองได้จริงๆ

“มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก ผมต้องการทำให้ผู้เล่น บาเยิร์น ดูเป็นตัวตลก ให้บอลกลิ้งข้ามเส้น แต่ผมวิ่งเร็วกว่าลูกบอล และเสียการควบคุม มันแค่รออยู่ตรงหว่างขาของผมแล้วทันใดนั้น เรื่องไม่คาดคิดมันก็เกิดขึ้น”

แฟรงค์ มิลล์

อย่างกับนักแสดงในเรื่อง เจาะเวลาหาอดีต

เมื่อภาพนั้นถูกเผยแพร่ทางทีวีของ เยอรมัน มิสมิลล์ ก็กลายเป็นกระแสไวรัล สไตล์ยุค 1980 มันไม่ได้ถูกฉาบติดไปทั่วอินเทอร์เน็ตในทันที แต่มันครอบงำสื่อแท็บลอยด์ ในขณะที่แฟน ๆ พูดถึงมันอย่างไม่รู้จบ

และแม้กระทั่งในตอนนั้น ก็ยังแพร่กระจายไปทั่วโลกอีกด้วย

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น มิลล์ได้ไปเยี่ยมเพื่อนของเขาที่ ซานฟรานซิสโก ในห้องของเขาที่ Fairmont Hotel เขาได้สั่งเบอร์เกอร์ และเปิดทีวี เขาก็พบรายการที่นำเสนอคลิปแปลก ๆ จากวงการกีฬา

“ในตอนนั้น ผมเห็นนักบาสเกตบอลคนหนึ่งฉีกตะกร้าที่แป้นบาส ขณะที่พยายามดังค์” เขากล่าว “ผมหัวเราะ และงับเบอร์เกอร์ของผม และในขณะนั้นเอง ผมเห็นตัวเองอยู่บนหน้าจอทีวี กำลังตีโพสต์ที่มิวนิค” โดยปกติแล้วความล้มเหลวดังกล่าว อาจทำให้นักฟุตบอลอาชีพ – โดยเฉพาะกองหน้า – กลายเป็นตัวละครที่สันโดษ ซึ่งอาจต้องเริ่มคิดใหม่เกี่ยวกับความพยายามในการทำประตู แต่ไม่ใช่มิลล์

ตลอดอาชีพค้าแข้ง เขาเป็นที่รู้จักจากบุคลิกของเขา Bobby พ่อของเขาทำงานเป็นพ่อค้าขยะ และ Mill ได้สืบทอดความสามารถในการพูด และความสนุกสนานอย่างแท้จริง เขาเล่นโดยไม่มีสนับแข้ง และเขามักจะชิงจังหวะแย่งลูกบอลจากผู้รักษาประตู เมื่อพวกเขากำลังจะเตะบอล

ในภาษาเยอรมัน มีคำกล่าวที่สามารถอธิบายตัวละครดังกล่าวว่า ‘mit allen Wassern gewaschen’ ซึ่งแปลตามตัวอักษรได้ว่า “ล้างด้วยน้ำทั้งหมด” การแปลที่ดีกว่าคือ ‘รู้ทุกเคล็ดลับในหนังสือ’ แต่ นอร์เบิร์ต ดิกเคล เพื่อนร่วมทีมของเขาที่ ดอร์ทมุนด์ อาจสรุปได้ถึงความเจ้าเล่ห์ของเขาได้ดีที่สุด เมื่ออธิบายเขาด้วยการเล่นสำนวนว่า “เขาถูกล้างด้วยน้ำเสียทั้งหมด”

มิลล์ เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองอยู่เสมอ เข้าสังคมได้ และแน่นอนในฐานะกองหน้า เขาใช้เวลา 15 ปี ในเกม บุนเดสลีกา โดยเล่นให้กับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, ทีมดอร์ทมุนด์ และดุสเซลดอร์ฟ เยอรมัน ในลีกสูงสุดของเยอรมันระหว่างปี 1981 และ 1996 เขาเป็นตัวแทนของเยอรมันตะวันตก ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1988 และยังสร้างทีมฟุตบอลโลกปี 1990 แต่ไม่ได้เล่น และในรายการนั้นที่เป็น ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ ที่เป็นฝ่ายที่ชูถ้วยรางวัลในอิตาลี และดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่าตัวเองเป็นแชมป์โลก เขายิงได้ 253 ประตูจาก 656 นัด ในอาชีพนักฟุตบอล แม้จะสูงเพียง 5 ฟุต 9 นิ้ว แต่ความสามารถของเขาในการเล่นบอลกับพื้นได้ดี หมายความว่าเขาทำประตูจากลูกโหม่งได้หลายประตู

แฟรงค์ มิลล์

จากความล้มเหลว สู่ความสำเร็จ

แต่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเขา ในสายตาของเขาเองมากที่สุด คือการคว้าแชมป์ถ้วยใน เยอรมัน กับ ดอร์ทมุนด์ ในปี 1989 และ 3 ปีหลังจากการผิดพลาด ที่พบกับ บาเยิร์น เมื่อ มิลล์ ทำไป 1 ประตู และอีก 2 แอสซิสต์ ในการเอาชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 4-1 อย่างน่าประหลาดใจ

เมื่อตัวเขาคิดย้อนกลับไป ถึงการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในเกมนั้น เขาจะจำเรื่องความวุ่นวายใจ

“เป็นเวลาหลายปีกับ ดอร์ทมุนด์ ที่เราฝึกซ้อมที่ ลิโด้ ในวันศุกร์ และเราก็ทำแบบเดียวกันในวันก่อนการแข่งขันฟุตบอลถ้วย” เขากล่าว “มันเป็นช่วงเวลาที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

“ในฤดูร้อน สนามหญ้าถูกใช้โดยพวก ผู้คนเปลือยกาย ที่ไปอาบแดด แต่เราตั้งเป้าไปที่ พื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านน้อยที่สุด และเล่นที่นั่น มันมีพื้นผิวที่ดี ดังนั้นที่ด้านหลังหลังคา มีเก้าอี้อาบแดดเปล่าๆ และเราซ้อมอยู่ข้างหน้า สำหรับบอลถ้วย ผมบอกไม่ได้จริงๆ ว่าทุกช็อตยิงเข้ากรอบ”

มิลล์ คิดถึงช่วงเวลาต่างๆ เหล่านั้นด้วยความรัก เขาจำได้ว่าเขา และเพื่อนร่วมทีม ดอร์ทมุนด์ จะเก็บตัวเองไว้ในห้องแต่งตัวเล็กๆ และพูดคุยกันหลายชั่วโมงเรื่องเค้ก กาแฟ และบุหรี่ หรือกับทีมชาติเยอรมัน

เขาเป็นนักเตะที่ใครๆหลายคนจำได้กับภาพความล้มเหลว กับจังหวะการทำประตูที่น่าอับอายที่สุดของเขา จนติดตัวมาถึงตอนนี้ จนตัวเขาเองถึงกับเปรียบตัวเอง เหมือนตัวละครในหนังเรื่อง Back to the Future หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เจาะเวลาหาอดีต เพราะเรื่องราวในจังหวะนั้นเอง ที่ทำให้เขรู้สึกย้อนเวลากลับไปอยู่เสมอ แต่เรื่องฝีเท้าไม่มีใครสงสัยเรื่องความสามารถของเขาแน่นอน ความสำเร็จที่เขาเคยทำให้กับแฟนบอล ดอร์ทมุนด์ มีความสุขนั่นก็คือความจริง นักเตะที่ถูกจดจำกับความล้มเหลว ที่มาพร้อมกับความสำเร็จ และเป็นนักฟุตบอลอารมณ์ขัน กับเขาคนนี้  Frank Mill 

 

Megabomb

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น